ทอง96.5
ทองคำ
ทองคำ…โลหะมีค่าที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน ทองคำเป็นโลหะมีค่าที่มีความคงทน ไม่เกิดสนิม และสามารถนำกลับมาหลอมใช้ใหม่ได้ จึงได้รับความนิยมทั้งในรูปแบบ เครื่องประดับ ทองคำแท่ง และทรัพย์สินสำหรับเก็บรักษามูลค่า
ทองคำ ทำไมจึงมีมูลค่า
มูลค่าของทองเกิดจาก
- ทองคำมีอยู่อย่างจำกัด เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีปริมาณจำกัด จึงมีคุณค่าและเป็นที่ต้องการ
- มีการซื้อขายทั่วโลก ทองคำมีตลาดซื้อขายทั่วโลก จึงมีราคาที่ใช้อ้างอิงและเปลี่ยนแปลงตามภาวะตลาด
- นำกลับมาใช้ใหม่ได้ แม้ทองจะเก่า ชำรุด หรือไม่ใช้งานแล้ว เนื้อทองยังสามารถนำไปหลอมและใช้ใหม่ได้
- เป็นทั้งเครื่องประดับและทรัพย์สิน ทองคำมีทั้งคุณค่าด้านความสวยงามและสามารถเก็บสะสมเป็นทรัพย์สินได้
สิ่งสำคัญที่ควรรู้
มูลค่าของทองไม่ได้อยู่ที่ความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพและปริมาณของเนื้อทอง รวมถึงราคาทองในขณะนั้น
ทองไทย ทำไมจึงใช้มาตรฐาน 96.5%
96.5% คือมาตรฐานทองรูปพรรณที่คนไทยคุ้นเคย
ทองรูปพรรณที่ซื้อขายกันทั่วไปในประเทศไทย นิยมใช้มาตรฐานความบริสุทธิ์ 96.5%
หมายถึง ในเนื้อโลหะทั้งหมดประมาณ 100 ส่วน มีทองคำอยู่ประมาณ 96.5 ส่วน และมีโลหะอื่นผสมอยู่ในส่วนที่เหลือ เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงและคุณสมบัติที่เหมาะสมสำหรับการทำเครื่องประดับ
ทำไมไม่ใช้ทองบริสุทธิ์ 100%? ทองคำบริสุทธิ์มีความอ่อนตัว จึงไม่เหมาะกับการนำมาทำเครื่องประดับบางประเภทโดยตรง
การผสมโลหะอื่นช่วยให้ทองมีความแข็งแรง สามารถขึ้นรูปและใช้งานได้เหมาะสมมากขึ้น
ทองแต่ละเปอร์เซ็นต์มีมูลค่าแตกต่างกัน ทอง 96.5% / 90% / 75% หรือความบริสุทธิ์ระดับอื่น มีปริมาณทองคำไม่เท่ากัน
ดังนั้นในการรับซื้อจึงต้องตรวจสอบความบริสุทธิ์ก่อนประเมินราคา
ทองรูปพรรณที่ซื้อขายกันทั่วไปในประเทศไทย นิยมใช้มาตรฐานความบริสุทธิ์ 96.5%
หมายถึง ในเนื้อโลหะทั้งหมดประมาณ 100 ส่วน มีทองคำอยู่ประมาณ 96.5 ส่วน และมีโลหะอื่นผสมอยู่ในส่วนที่เหลือ เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงและคุณสมบัติที่เหมาะสมสำหรับการทำเครื่องประดับ
ทำไมไม่ใช้ทองบริสุทธิ์ 100%? ทองคำบริสุทธิ์มีความอ่อนตัว จึงไม่เหมาะกับการนำมาทำเครื่องประดับบางประเภทโดยตรง
การผสมโลหะอื่นช่วยให้ทองมีความแข็งแรง สามารถขึ้นรูปและใช้งานได้เหมาะสมมากขึ้น
ทองแต่ละเปอร์เซ็นต์มีมูลค่าแตกต่างกัน ทอง 96.5% / 90% / 75% หรือความบริสุทธิ์ระดับอื่น มีปริมาณทองคำไม่เท่ากัน
ดังนั้นในการรับซื้อจึงต้องตรวจสอบความบริสุทธิ์ก่อนประเมินราคา
ประเภททอง 96.5% และมาตรฐานทองไทย
ทอง 96.5%
คือทองที่มีทองคำบริสุทธิ์ประมาณ 96.5%
ส่วนที่เหลือเป็นโลหะอื่นที่ผสมเพื่อให้ทองมีความแข็งแรงและเหมาะกับการใช้งาน
ทองมาตรฐาน 96.5% เป็นมาตรฐานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการซื้อขายทองในประเทศไทย
1. ทองรูปพรรณ 96.5% ทองที่ขึ้นรูปเป็นเครื่องประดับ เช่น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน กำไล และต่างหู
2. ทองคำแท่ง96.5% ทองที่ผลิตในรูปแบบแท่งหรือแผ่น โดยนิยมใช้สำหรับ การออมและการลงทุน
3. ทองเก่า ทองใช้แล้ว และทองชำรุด ทองที่ผ่านการใช้งานแล้ว ไม่ว่าจะมีรอย ขาด เสียหาย หรือรูปทรงเปลี่ยนไป ยังคงมีมูลค่าจากเนื้อทอง
ในการรับซื้อ ร้านจะตรวจสอบ ความบริสุทธิ์และน้ำหนักของทอง รวมถึงรายละเอียดของชิ้นงานก่อนประเมินราคา
หากความบริสุทธิ์และน้ำหนักของทองเท่ากัน และอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การรับซื้อเดียวกัน
มูลค่าจากเนื้อทองก็อยู่ในเกณฑ์เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นทองใหม่ ทองเก่า หรือทองชำรุด
สิ่งสำคัญที่ควรรู้ การประเมินราคารับซื้อจึงต้องพิจารณาจาก ประเภท ความบริสุทธิ์ น้ำหนัก และรายละเอียดของทองแต่ละชิ้น อย่างรอบคอบ
ทองมาตรฐาน 96.5% เป็นมาตรฐานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการซื้อขายทองในประเทศไทย
1. ทองรูปพรรณ 96.5% ทองที่ขึ้นรูปเป็นเครื่องประดับ เช่น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน กำไล และต่างหู
2. ทองคำแท่ง96.5% ทองที่ผลิตในรูปแบบแท่งหรือแผ่น โดยนิยมใช้สำหรับ การออมและการลงทุน
3. ทองเก่า ทองใช้แล้ว และทองชำรุด ทองที่ผ่านการใช้งานแล้ว ไม่ว่าจะมีรอย ขาด เสียหาย หรือรูปทรงเปลี่ยนไป ยังคงมีมูลค่าจากเนื้อทอง
ในการรับซื้อ ร้านจะตรวจสอบ ความบริสุทธิ์และน้ำหนักของทอง รวมถึงรายละเอียดของชิ้นงานก่อนประเมินราคา
หากความบริสุทธิ์และน้ำหนักของทองเท่ากัน และอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การรับซื้อเดียวกัน
มูลค่าจากเนื้อทองก็อยู่ในเกณฑ์เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นทองใหม่ ทองเก่า หรือทองชำรุด
สิ่งสำคัญที่ควรรู้ การประเมินราคารับซื้อจึงต้องพิจารณาจาก ประเภท ความบริสุทธิ์ น้ำหนัก และรายละเอียดของทองแต่ละชิ้น อย่างรอบคอบ
ทองแท่ง 96.5
ทองรูปพรรณ 96.5
ทองเก่า ทองใช้แล้ว ทองชำรุด
หน่วยน้ำหนัก และการซื้อขายทอง
ในการซื้อขายทองในประเทศไทย นิยมใช้หน่วย บาท สลึง และกรัม 1 บาท = 4 สลึง น้ำหนักมาตรฐาน 1 บาทแตกต่างกันตามประเภทของทอง **ทองรูปพรรณ 1 บาท = 15.16 กรัม ** **ทองคำแท่ง 1 บาท = 15.244 กรัม **
**ทองรูปพรรณ 1 บาท = 15.16 กรัม ** **ทองคำแท่ง 1 บาท = 15.244 กรัม **
น้ำหนักและความบริสุทธิ์ มีผลต่อมูลค่าอย่างไร?
“น้ำหนักบอกปริมาณทอง แต่ความบริสุทธิ์บอกสัดส่วนของทองคำในชิ้นงาน”
ดังนั้นการรับซื้อจึงต้องพิจารณา ทั้งน้ำหนักและความบริสุทธิ์ ไม่ใช่ดูจากอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว
หลักการรับซื้อทอง ร้านจะตรวจสอบ ประเภททอง ความบริสุทธิ์ น้ำหนัก และรายละเอียดของชิ้นงาน
แล้วนำมาประกอบกับราคาทองที่ใช้อ้างอิง ณ เวลาทำรายการ เพื่อประเมินราคารับซื้อ
“ทองหนักเท่ากัน ไม่ได้แปลว่ามีมูลค่าเท่ากัน และทองบริสุทธิ์เท่ากัน ก็ไม่ได้แปลว่ามีมูลค่าเท่ากัน”
การรับซื้อทองอย่างมืออาชีพ จึงต้อง ชั่งน้ำหนัก ตรวจสอบความบริสุทธิ์ และประเมินราคาอย่างชัดเจน
ดังนั้นการรับซื้อจึงต้องพิจารณา ทั้งน้ำหนักและความบริสุทธิ์ ไม่ใช่ดูจากอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว
หลักการรับซื้อทอง ร้านจะตรวจสอบ ประเภททอง ความบริสุทธิ์ น้ำหนัก และรายละเอียดของชิ้นงาน
แล้วนำมาประกอบกับราคาทองที่ใช้อ้างอิง ณ เวลาทำรายการ เพื่อประเมินราคารับซื้อ
“ทองหนักเท่ากัน ไม่ได้แปลว่ามีมูลค่าเท่ากัน และทองบริสุทธิ์เท่ากัน ก็ไม่ได้แปลว่ามีมูลค่าเท่ากัน”
การรับซื้อทองอย่างมืออาชีพ จึงต้อง ชั่งน้ำหนัก ตรวจสอบความบริสุทธิ์ และประเมินราคาอย่างชัดเจน
การตรวจสอบทอง
ทำไมต้องตรวจสอบก่อนแจ้งราคา?
ก่อนประเมินราคารับซื้อ
ร้านจะตรวจสอบทองแต่ละชิ้น เพื่อให้ทราบ น้ำหนัก ความบริสุทธิ์
และรายละเอียดของทอง อย่างถูกต้อง
1. ชั่งน้ำหนัก
ชั่งน้ำหนักทองด้วยเครื่องชั่งที่เหมาะสม
เพื่อทราบน้ำหนัก
2. ตรวจตราประทับ ตรวจสอบตราประทับ ตัวเลข หรือสัญลักษณ์บนชิ้นงาน เพื่อพิจารณา ประเภทและมาตรฐานของทอง อย่างไรก็ตาม ตราประทับเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น
3. ตรวจสอบความบริสุทธิ์ของทอง การตรวจสอบความบริสุทธิ์สามารถเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมกับชิ้นงาน เช่น
- การทดสอบด้วยหินฝนทอง
- การทดสอบด้วยการเป่าไฟ ซึ่งเป็นวิธีทดสอบที่อาศัยประสบการณ์และความชำนาญของผู้ตรวจ
- การตรวจด้วยเครื่อง X-Ray เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบของธาตุในชิ้นงาน และใช้เป็นข้อมูลประกอบการตรวจสอบความบริสุทธิ์
4. ตรวจสอบรายละเอียดของชิ้นงาน พิจารณาส่วนประกอบอื่น ๆ ที่อยู่ในชิ้นงาน เช่น อัญมณี หินประดับ ตัวเรือน หรือวัสดุที่ไม่ใช่ทอง
เพราะ ทองแต่ละชิ้นมีรายละเอียดแตกต่างกัน การดูจากสี รูปทรง หรือตราประทับเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ร้านจึงต้องตรวจสอบข้อมูลที่สำคัญก่อน ได้แก่
น้ำหนัก + ความบริสุทธิ์ + ประเภททอง + รายละเอียดของชิ้นงาน
แล้วจึงนำข้อมูลมาประกอบการประเมินราคารับซื้อ ณ เวลาทำรายการ
2. ตรวจตราประทับ ตรวจสอบตราประทับ ตัวเลข หรือสัญลักษณ์บนชิ้นงาน เพื่อพิจารณา ประเภทและมาตรฐานของทอง อย่างไรก็ตาม ตราประทับเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น
3. ตรวจสอบความบริสุทธิ์ของทอง การตรวจสอบความบริสุทธิ์สามารถเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมกับชิ้นงาน เช่น
- การทดสอบด้วยหินฝนทอง
- การทดสอบด้วยการเป่าไฟ ซึ่งเป็นวิธีทดสอบที่อาศัยประสบการณ์และความชำนาญของผู้ตรวจ
- การตรวจด้วยเครื่อง X-Ray เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบของธาตุในชิ้นงาน และใช้เป็นข้อมูลประกอบการตรวจสอบความบริสุทธิ์
4. ตรวจสอบรายละเอียดของชิ้นงาน พิจารณาส่วนประกอบอื่น ๆ ที่อยู่ในชิ้นงาน เช่น อัญมณี หินประดับ ตัวเรือน หรือวัสดุที่ไม่ใช่ทอง
เพราะ ทองแต่ละชิ้นมีรายละเอียดแตกต่างกัน การดูจากสี รูปทรง หรือตราประทับเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ร้านจึงต้องตรวจสอบข้อมูลที่สำคัญก่อน ได้แก่
น้ำหนัก + ความบริสุทธิ์ + ประเภททอง + รายละเอียดของชิ้นงาน
แล้วจึงนำข้อมูลมาประกอบการประเมินราคารับซื้อ ณ เวลาทำรายการ