นาก
นาก
นาก เป็นโลหะผสมที่มีทองคำเป็นส่วนประกอบหลัก โดยผสมกับโลหะอื่น เช่น เงินหรือทองแดง สัดส่วนของโลหะที่ผสมจะแตกต่างกัน ทำให้เกิดสีและคุณสมบัติของเนื้อโลหะที่ต่างกัน
นาก มีมูลค่าจากอะไร
นาก พบได้ในเครื่องประดับไทยหลายรูปแบบ เช่น แหวน กำไล สร้อย และเครื่องประดับโบราณ โดยอาจมีสีตั้งแต่เหลืองอมแดง แดงอมทอง ไปจนถึงแดงเข้ม มูลค่าของนาก พิจารณาจากปัจจัยสำคัญ เช่น ปริมาณทองคำ ความบริสุทธิ์ น้ำหนัก และลักษณะของชิ้นงาน
* สรุป - มูลค่าของนาก เกิดจาก ทองคำ ที่เป็นส่วนประกอบหลัก
แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นโลหะชนิดเดียวกัน การระบุชนิดและความบริสุทธิ์จึงควรตรวจสอบจากเนื้อโลหะ ไม่ควรดูจากสีเพียงอย่างเดียว
ความบริสุทธิ์ของนาก และเปอร์เซ็นต์ทองคำ
นากเป็นโลหะผสมที่มี ทองคำ เป็นส่วนประกอบ
โดย เปอร์เซ็นต์ทองคำจะแตกต่างกันไปตามสูตรและลักษณะของชิ้นงาน
สำหรับเครื่องนากที่พบในประเทศไทย
มีข้อมูลว่าพบเปอร์เซ็นต์ทองคำประมาณ 40–60% และในการรับซื้อเครื่องนากบางประเภทพบ 40–50% ได้บ่อย โดยอาจมีชิ้นงานที่มีเปอร์เซ็นต์แตกต่างออกไปได้ เปอร์เซ็นต์ทองคำมีผลต่อมูลค่าของนาก ยิ่งมีทองคำในเนื้อโลหะมาก มูลค่าจากเนื้อทองก็ย่อมแตกต่างกัน ดังนั้นการรับซื้อจึงควรตรวจสอบเปอร์เซ็นต์ทองคำจริงของชิ้นงานประกอบกับน้ำหนักก่อนประเมินราคา
*สิ่งควรรู้: สีของนากไม่สามารถใช้บอกเปอร์เซ็นต์ทองคำได้อย่างแน่นอน เพราะสีขึ้นอยู่กับสัดส่วนของโลหะอื่นที่นำมาผสมด้วย
มีข้อมูลว่าพบเปอร์เซ็นต์ทองคำประมาณ 40–60% และในการรับซื้อเครื่องนากบางประเภทพบ 40–50% ได้บ่อย โดยอาจมีชิ้นงานที่มีเปอร์เซ็นต์แตกต่างออกไปได้ เปอร์เซ็นต์ทองคำมีผลต่อมูลค่าของนาก ยิ่งมีทองคำในเนื้อโลหะมาก มูลค่าจากเนื้อทองก็ย่อมแตกต่างกัน ดังนั้นการรับซื้อจึงควรตรวจสอบเปอร์เซ็นต์ทองคำจริงของชิ้นงานประกอบกับน้ำหนักก่อนประเมินราคา
*สิ่งควรรู้: สีของนากไม่สามารถใช้บอกเปอร์เซ็นต์ทองคำได้อย่างแน่นอน เพราะสีขึ้นอยู่กับสัดส่วนของโลหะอื่นที่นำมาผสมด้วย
นากกับสีของโลหะผสม
นากเป็นโลหะผสมที่มี ทองคำ ทองแดง และเงิน เป็นส่วนประกอบ
โดยสัดส่วนของโลหะแต่ละชนิดมีผลต่อสีของชิ้นงาน โดยเฉพาะ ทองแดง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการทำให้สีออกแดงหรือส้มมากขึ้น เมื่อมีทองแดงในสัดส่วนมากขึ้น และมีเงินในสัดส่วนที่แตกต่างกัน สีของโลหะผสมทองคำจึงอาจเปลี่ยนจาก เหลือง → ชมพู → แดง/ส้ม ได้
*สิ่งควรรู้ : นาคกับ Pink Gold หรือ Rose Gold มีลักษณะใกล้เคียงกัน แต่ไม่ควรใช้คำแทนกันทุกกรณี เพราะ สัดส่วนของโลหะผสมและธรรมเนียมการเรียกชื่อแตกต่างกัน การดูสีเพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถยืนยันชนิดหรือเปอร์เซ็นต์ทองได้
โดยสัดส่วนของโลหะแต่ละชนิดมีผลต่อสีของชิ้นงาน โดยเฉพาะ ทองแดง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการทำให้สีออกแดงหรือส้มมากขึ้น เมื่อมีทองแดงในสัดส่วนมากขึ้น และมีเงินในสัดส่วนที่แตกต่างกัน สีของโลหะผสมทองคำจึงอาจเปลี่ยนจาก เหลือง → ชมพู → แดง/ส้ม ได้
*สิ่งควรรู้ : นาคกับ Pink Gold หรือ Rose Gold มีลักษณะใกล้เคียงกัน แต่ไม่ควรใช้คำแทนกันทุกกรณี เพราะ สัดส่วนของโลหะผสมและธรรมเนียมการเรียกชื่อแตกต่างกัน การดูสีเพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถยืนยันชนิดหรือเปอร์เซ็นต์ทองได้
รูปแบบของนากที่พบในการซื้อขาย
นาก ที่มีการซื้อขายกันทั่วไปในท้องตลาดส่วนใหญ่คือ เครื่องประดับและรูปพรรณโลหะผสม ซึ่งเกิดจากการหลอมโลหะระหว่างทองคำ ทองแดง และเงิน
โดยแบ่งรูปแบบที่มีการซื้อขายหลัก ๆ ทั้งแบบผลิตใหม่ และชิ้นงานเก่าหรือชำรุด ดังนี้
- สร้อยคอและสร้อยข้อมือ: มักทำเป็นเส้นหนาหรือลายโบราณ มีความแข็งแรงกว่าทองคำแท้
- กำไลนากและกำไลข้อเท้าเด็ก: นิยมทำหนา 2 สลึงถึง 1 บาท เพื่อความทนทานและใช้งานได้ยาวนาน
- เข็มขัดนากโบราณ: เครื่องประดับคาดเอวสำหรับนุ่งผ้าถุง มีน้ำหนักค่อนข้างมาก คิดตามความยาว
- แหวนนาก: งานดีไซน์วินเทจ
- เครื่องประดับอื่นๆ เช่น กรอบพระ เข็มกลัด
- สร้อยคอและสร้อยข้อมือ: มักทำเป็นเส้นหนาหรือลายโบราณ มีความแข็งแรงกว่าทองคำแท้
- กำไลนากและกำไลข้อเท้าเด็ก: นิยมทำหนา 2 สลึงถึง 1 บาท เพื่อความทนทานและใช้งานได้ยาวนาน
- เข็มขัดนากโบราณ: เครื่องประดับคาดเอวสำหรับนุ่งผ้าถุง มีน้ำหนักค่อนข้างมาก คิดตามความยาว
- แหวนนาก: งานดีไซน์วินเทจ
- เครื่องประดับอื่นๆ เช่น กรอบพระ เข็มกลัด
การประเมินมูลค่านาก
กการประเมินมูลค่านากพิจารณาจาก น้ำหนักและเปอร์เซ็นต์ทองคำในเนื้อโลหะ เป็นหลัก เพราะนากแต่ละชิ้นอาจมีเปอร์เซ็นต์ทองแตกต่างกัน ส่วนโลหะอื่นที่ผสมอยู่ เช่น ทองแดงและเงิน ไม่ได้คิดมูลค่าเพิ่มแยกจากเนื้อทอง
ก่อนประเมินราคา ควร ชั่งน้ำหนักชิ้นงาน และตรวจสอบความบริสุทธิ์ของเนื้อโลหะ จากนั้นจึงนำข้อมูลมาประกอบการคำนวณมูลค่า
สำหรับชิ้นงานที่มี เพชร พลอย หรือวัสดุอื่นประดับ ควรแยกพิจารณาน้ำหนักและมูลค่าของส่วนประกอบเหล่านั้นออกจากเนื้อนาก เพื่อให้การประเมินมีความเหมาะสม
การตรวจสอบประเมิน นาก
การตรวจสอบนากมีหลักการเช่นเดียวกับการตรวจสอบโลหะมีค่า โดยพิจารณา น้ำหนักและความบริสุทธิ์ของทองคำในเนื้อโลหะ เป็นหลักขั้นตอนการตรวจสอบโดยทั่วไป ได้แก่
1. ชั่งน้ำหนัก ตรวจสอบน้ำหนักของชิ้นงาน เพื่อใช้ประกอบการประเมินมูลค่า
2. ตรวจตราประทับและลักษณะของชิ้นงาน
ดูตราหรือข้อมูลที่ระบุเปอร์เซ็นต์ รวมถึงสภาพและลักษณะของชิ้นงาน
3. ตรวจสอบองค์ประกอบของเนื้อโลหะ
สามารถใช้วิธีตรวจสอบที่เหมาะสม เช่น หินฝนทอง เป่าไฟ หรือ ใช้ เครื่อง X-ray เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบของโลหะโดยไม่ทำลายชิ้นงาน และในกรณีที่ต้องการความแม่นยำสูง สามารถใช้วิธีวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการได้
เมื่อทราบ น้ำหนักและเปอร์เซ็นต์ทองคำ แล้ว จึงนำข้อมูลมาประกอบการประเมินมูลค่าของเนื้อนาก ส่วนเพชรหรือพลอยที่มีมูลค่า สามารถพิจารณามูลค่าแยกเพิ่มเติมได้
1. ชั่งน้ำหนัก ตรวจสอบน้ำหนักของชิ้นงาน เพื่อใช้ประกอบการประเมินมูลค่า
2. ตรวจตราประทับและลักษณะของชิ้นงาน
ดูตราหรือข้อมูลที่ระบุเปอร์เซ็นต์ รวมถึงสภาพและลักษณะของชิ้นงาน
3. ตรวจสอบองค์ประกอบของเนื้อโลหะ
สามารถใช้วิธีตรวจสอบที่เหมาะสม เช่น หินฝนทอง เป่าไฟ หรือ ใช้ เครื่อง X-ray เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบของโลหะโดยไม่ทำลายชิ้นงาน และในกรณีที่ต้องการความแม่นยำสูง สามารถใช้วิธีวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการได้
เมื่อทราบ น้ำหนักและเปอร์เซ็นต์ทองคำ แล้ว จึงนำข้อมูลมาประกอบการประเมินมูลค่าของเนื้อนาก ส่วนเพชรหรือพลอยที่มีมูลค่า สามารถพิจารณามูลค่าแยกเพิ่มเติมได้